Sunday, 29 January 2023

ไวน์กับอาหารเพิ่มมูลค่าทางรสชาติ

ไวน์กับอาหารเพิ่มมูลค่าทางรสชาติ

หากคุณเป็นสายรินเบียร์ ลงแก้ว…แล้วกระดกลงคอเอามันส์ สไตล์ร็อคแอนด์โรล คุณจะต้องแปลกใจอย่างแน่นอนสำหรับเครื่องดื่มที่ดูดีมีระดับอย่างไวน์ ซึ่งก็เปรียบได้ดั่งหญิงงามที่ใส่ต่างหูเพชร และเครื่องประดับเต็มตัว เห็นแค่วินาทีเดียวก็รู้ได้ทันที…เธอไม่ใช่คนที่จะไปกับใครก็ได้แน่ๆ เช่นเดียวกับไวน์ค่ะ ไวน์เป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติเฉพาะตัว รสชาติแต่ละเขตก็แตกต่างกันออกไป รวมถึงแค่วิธีการเก็บรักษา ถ้าเก็บในที่ๆต่างกัน รสชาติก็แตกต่างกันแล้ว จึงไม่แปลกที่ไวน์จะมีคู่อาหารที่เหมาะสมกับรสชาติของมัน ไวน์นั้นมีหลากหลายประเภท และไวน์แต่ละชนิดจะมีคู่อาหารที่ส่งเสริมรสชาติของมัน ดื่มไวน์บางชนิดกับอาหารบางอย่างที่ถ้าหากมันเข้ากันแล้วล่ะก็ มันจะทำให้รสชาติดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาเลยล่ะ หากคุณไม่เชื่อ คุณลองเปิดใจและค่อยๆทำความเข้าใจไปพร้อมๆ iqnect กัน

ไวน์แดง

ไวน์กับอาหารเพิ่มมูลค่าทางรสชาติ

เหมาะกับอาหารที่ทําจากเนื้อสัตว์ใหญ่ เพราะความฝาดจะไปตัดความมันที่ปนในเนื้อไม่ให้เลี่ยน แต่ไม่เหมาะกับอาหารที่มีรสเผ็ด เพราะความฝาดของไวน์จะเปลี่ยนเป็นรสขมและไม่เข้ากับอาหารทะเลเลย ความฝาดมันจะดันกลิ่นคาวออกมานั่นเอง

ไวน์ขาว

ไวน์กับอาหารเพิ่มมูลค่าทางรสชาติ

ตรงกันข้ามกับไวน์แดงโดยสิ้นเชิงไวน์ขาวไปได้ดีกับรสเผ็ด รสเปรี้ยวและอาหารทะเล ไวน์ขาวจะเสิร์ฟในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าไวน์แดง ความเย็นและรสเปรี้ยวของไวน์สร้างความสดชื่นให้กับการดื่มกินตัดรสเผ็ดและลดกลิ่นคาวทะเลได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ถ้ายังนึกไม่ออก ให้ลองนึกถึงโอเลี้ยงและน้ํามะนาวโซดากับอาหารที่ว่าดู ก็จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลย

ไวน์โรเซ่

ไวน์กับอาหารเพิ่มมูลค่าทางรสชาติ

ทั้งชนิดหวานและไม่หวานมักจะนิยมทานกับอาหารที่มีรสไม่จัดมาก เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ รวมไปถึงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

สปากิ้งไวน์ทั่วไป

ไวน์กับอาหารเพิ่มมูลค่าทางรสชาติ

มักจะทานกับอาหารที่มีรสไม่จัดมากเช่น สลัดผัก ชีสเนื้ออ่อน จนถึงชีสเนื้อแข็ง อาหารจําพวกปลา และขนมปังนั่นเอง

แชมเปญ

ไวน์กับอาหารเพิ่มมูลค่าทางรสชาติ

สุดยอดเครื่องดื่มแห่งการเฉลิมฉลองเหมาะสําหรับการจับคู่อาหารที่มีรสชาติไม่จัดมาก อย่างเช่นสลัดชีส ขนมปัง หรือเนื้อปลา รวมไปถึงคานาเป้เป็นอาหารคําเล็กๆที่หยิบกินด้วยมือโดยไม่ต้องใช้ช้อน เรียกให้เข้าใจง่ายๆก็คือแซนวิชขนาดเล็กมักมีให้รับประทานตามงานต่างๆนั่นเอง

การเลือกแก้วไวน์

ไวน์กับอาหารเพิ่มมูลค่าทางรสชาติ

ในช่วงท้ายนี้เราจะแถมเกร็ดความรู้เล็กๆสําหรับการเลือกแก้วไวน์ โดยรวมๆแล้ว แก้วไวน์มีอยู่ห้าประเภทด้วยกันคือ

1.แก้วไวน์แดง จะมีลักษณะกลมตัวแก้วจะใหญ่และปากแก้วจะกว้างเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้อากาศเข้าไปทําปฏิกิริยาออกซิเดชันกับไวน์ในแก้ว ซึ่งจะช่วยให้รสชาติและกลิ่นของไวน์สมบูรณ์แบบมากขึ้นทั้งยังช่วยกระจายกลิ่นอันซับซ้อนและรสชาติอันเข้มข้นอีกด้วย

2.แก้วไวน์ขาว จะมีรูปทรงแตกต่างจากแก้วไวน์แดงไม่มากนักเพราะรูปทรงของแก้วไวน์ขาวมีรูปทรงเป็นตัวยู แต่ตัวแก้วจะมีความสูงเพรียวกว่าและปากแก้วไม่กว้างมาก เนื่องจากไม่ต้องการให้มีปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ส่งผลต่อกลิ่นและรสชาติของไวน์ขาวอีกทั้งยังคงรักษาความเย็นไว้ได้อีกด้วย

3.แก้วสปากลิ้งไวน์ ตัวแก้วที่มีรูปทรงยาวและปากแก้วแคบ เพราะรูปทรงแบบนี้จะช่วยลดการสัมผัสกับอากาศ พร้อมกับรักษาความซ่าอันเป็นเอกลักษณ์ของสปากลิ้งไวน์เอาไว้ให้ได้นานที่สุดและก้านแก้วก็ควรจะมีความยาวที่พอเหมาะ เพื่อป้องกันไม่ให้เสียรสชาติด้วยความร้อนจากมือผู้ดื่มนั่นเอง

4.แก้วไวน์โรเซ่ ไวน์โรเซ่ถือเป็นไวน์อีกประเภทที่ไม่ต้องการให้มีปฏิกิริยาออกซิเดชันมากนัก เพราะจะไปทําลายความหอมอ่อนๆของไวน์ ดังนั้นลักษณะของตัวแก้วไวน์โรเซ่จะไม่เป็นกระเปาะสูงเพรียวมากนักและปากแก้วไม่กว้าง เพื่อรักษาความหอมละมุนของกลิ่นผลไม้หรือกลิ่นดอกไม้ที่อยู่ภายในไวน์ แต่ถ้าหาแก้วไวน์โรเซ่ไม่ได้คุณสามารถใช้แก้วไวน์ขาวทดแทนได้เช่นกัน

5.แก้วไวน์หวาน สําหรับไวน์หวานที่เหมาะดื่มคู่กับของหวาน ขนม และเค้กนั้นเป็นไวท์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงจึงควรเสิร์ฟในแก้วที่มีขนาดเล็ก ปากแก้วก็ควรยิ่งเล็กตามไปด้วย เพื่อไม่ให้รสชาติของไวน์หวานเกินไป ดังนั้นรูปทรงของแก้วไวน์ก็ควรเป็นทรงกระบอกยาวตรง เพื่อส่งรสหวานของไวน์ให้ตรงไปถึงด้านหลังของปากโดยไม่เสียรสชาติระหว่างทาง

สนับสนุนการจัดทำโดย ufa045


3 × 4 =