Wednesday, 7 December 2022

4 สัตว์ที่กลายพันธุ์จากยุคดึกดำบรรพ์

28 Oct 2022
56

4 สัตว์ที่กลายพันธุ์จากยุคดึกดำบรรพ์

สัตว์โลกที่เราเห็นกันชินตาทุกวันนี้ บางชนิดก็น่ารักน่าชัง บางชนิดก็แฝงด้วยความดุร้ายแตกต่างกันไป ในความเป็นจริงแล้ว สัตว์ทั้งหมดทั้งหลายชนิดที่มาจากต่างเผ่าพันธุ์เหล่านี้ ต่างมีวิวัฒนาการกลายพันธุ์มาจากยุคดึกดำบรรพ์เมื่อหลายล้านปีก่อน และวันนี้ iqnect จะพามาทำความรู้จักกับ 4 สัตว์ปัจจุบันที่กลายพันธุ์จากยุคดึกดำบรรพ์กัน

1.จระเข้

4 สัตว์ที่กลายพันธุ์จากยุคดึกดำบรรพ์

จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บางชนิดเมื่อโตเต็มที่อาจมีความยาวถึงเก้าเมตร มีอายุยืนถึงเจ็ดสิบปี เป็นสัตว์เลือดเย็นมีหัวใจครบสี่ห้อง แต่ไม่สมบูรณ์ สมองเจริญดีกว่าสัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่น ซึ่งปัจจุบันถูกแบ่งเป็นสามสกุล คือจระเข้อัลลิเกเตอร์และตะโขง จากการค้นพบเมื่อล่าสุดศาสตราจารย์ martin Lockley จากมหาวิทยาลัย Colora Denver ประเทศสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า สัตว์ดึกดําบรรพ์ที่กลายพันธุ์มาเป็นจระเข้ นั่นก็คือ batrachopus grandis ที่มีชีวิตอยู่เมื่อหนึ่งร้อยสิบถึงหนึ่งร้อยยี่สิบล้านปีก่อน

4 สัตว์ที่กลายพันธุ์จากยุคดึกดำบรรพ์

เพราะนอกจากความคล้ายคลึงจระเข้ในปัจจุบันแล้ว ก็ยังมีโครงสร้างฟันกราม มีซี่ฟันที่แหลมคมและมีขนาดลําตัวมหึมาที่ความยาวกว่าสี่เมตร น้ำหนักที่มากถึงห้าร้อยกิโลกรัม กะโหลกมีลักษณะใหญ่จระเข้ชนิดนี้ยังมีความยาวขาใกล้เคียงกับมนุษย์และสามารถเดินสองขาได้อีกต่างหาก ลักษณะการเดินลงน้ำหนักที่ส่วนแบนของฝ่าเท้านั้นเหมือนมนุษย์ ในขณะที่ไดโนเสาร์จะเดินลงน้ำหนักเน้นที่หัวแม่เท้ามากกว่า มีการเดินเป็นเส้นตรงไม่มีรอยลากหาง ไม่มีรอยของสองเท้าหน้า และลําตัวขึ้นตรงในระดับหนึ่ง

2.นก

4 สัตว์ที่กลายพันธุ์จากยุคดึกดำบรรพ์

นกเป็นสัตว์ปีกที่มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์และมีเสน่ห์ในตัวเองที่แตกต่างกันไป นอกเหนือจากการที่นกจะเป็นสิ่งประดับในธรรมชาติสวยงามแล้ว นกนั้นมีบทบาทที่สําคัญมากต่อการคงอยู่ของสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะพวกพืช และต่อการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการเป็นผู้ผสมเกสรดอกไม้กระจายเมล็ดพันธุ์ และการเป็นทั้งเหยื่อและผู้ล่าของห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติ และระบบนิเวศ นกที่เราพบเห็นอย่างทุกวันนี้มีการสันนิษฐานจากนักปักสีวิทยาเชื่อว่า archaeopteryx อาจจะถูกกลายพันธุ์มาจากอาร์คิออฟทอลิกซึ่งเป็นสกุลของไดโนเสาร์ มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายของยุคจูแรคทิคหรือประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบล้านปีมาแล้ว

4 สัตว์ที่กลายพันธุ์จากยุคดึกดำบรรพ์

อาคิออฟ เทอริกซ์ มีขนาดและรูปร่างคล้ายนกสาริกาปากดํา ตัวใหญ่ที่สุดอาจมีขนาดเท่านกบริเวณมีความยาวของลําตัวได้ถึงศูนย์จุดห้าเมตร กล่าวคือเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก มีปีกกว้างและสันนิษฐานได้ว่ามีความสามารถในการบินหรือร่อนได้ ซึ่งมีขนาดเล็กมากกว่าลักษณะของนกในปัจจุบันมีลักษณะของกรามที่มีฟันแหลมคมมีนิ้วสามนิ้ว มีกรงเล็บ มีกระดูกหางยาว มีนิ้วเท้านิ้วที่สอง ยื่นยาวออกไปมากเป็นพิเศษ มีขนแบบนก ซึ่งแสดงลักษณะของสัตว์เลือดอุ่นและลักษณะโครงกระดูกอื่นๆอีกหลายประการทําให้น่าจะเป็นบรรพบุรุษของนกในปัจจุบัน

3.ช้าง

4 สัตว์ที่กลายพันธุ์จากยุคดึกดำบรรพ์

ช้างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ปัจจุบันมีอยู่สามประเภทคือช้างแอฟริกา ช้างป่าแอฟริกาและช้างเอเชีย ลักษณะเด่นของช้างทุกชนิดได้แก่ งวงยาว หูกางขนาดใหญ่ ขาใหญ่ ผิวหนังที่หนาแต่ละเอียดอ่อนและช้างก็ยังเป็นสัตว์บกขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน วิวัฒนาการของช้างเริ่มขึ้นเมื่อกว่าสี่สิบล้านปีที่แล้ว ในทวีปแอฟริกา โดยเริ่มต้นจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเท่าหมู ที่ชื่อโมริธิเรี่ยม สัตว์ชนิดนี้หนักประมาณหนึ่งร้อยกิโลกรัมและยังไม่มีงวงหรืองาแต่อย่างใด จากหลักฐานของซากดึกดําบรรพ์แสดงให้เห็นว่าใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ตามหนองน้ำและกินอาหารจําพวกพืชใบอ่อนทั้งอาจมีพฤติกรรมหลายอย่างคล้ายกับฮิปโปโปเตมัสในปัจจุบัน

4 สัตว์ที่กลายพันธุ์จากยุคดึกดำบรรพ์

เมื่อสภาพอากาศของโลกเย็นลง ป่าดิบชื้นและพื้นที่หนองบึงที่เคยมีอยู่มากมายในทวีปแอฟริกาเริ่มลดน้อย พวกโมริธิเรี่ยมต้องออกเดินทางไกลขึ้นเพื่อหาแหล่งน้ำและอาหาร ทําให้ขาของพวกมันเริ่มยาวขึ้น การมีขาที่ยาวขึ้น แม้จะมีข้อดีในการทําให้เดินทางได้ไกลและเร็วขึ้น แต่ก็ทําให้การกินอาหารตามพื้นทําได้ยาก พวกมันจึงเริ่มพัฒนาริมฝีปากบนและจมูกยาวขึ้น จนมีลักษณะเป็นงวงสั้นๆ จนกระทั่งเมื่อสิบล้านปีที่แล้ว ช้างยุคแรกก็ได้วิวัฒนาการจนมีลักษณะของฟันและงาในรูปแบบต่างๆที่เหมาะกับอาหารของพวกมัน

4.เต่า

4 สัตว์ที่กลายพันธุ์จากยุคดึกดำบรรพ์

เต่าสัตว์ที่จัดอยู่ในจําพวกสัตว์เลือดเย็นในชั้นสัตว์เลื้อยคลาน เป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการมาแล้วกว่าสองร้อยล้านปีซึ่งเต่านั้นถือเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนมากที่สุดชนิดหนึ่ง โดยเต่าจะมีกระดูกที่แข็งคลุมบริเวณหลังที่เรียกว่ากระดอง ซึ่งประกอบด้วยแคลเซียมเป็นส่วนใหญ่ โดยจะสามารถหดหัว ขาและหางเข้าไปในกระดอง เพื่อป้องกันตัวได้ แต่เต่าบางชนิดนั้นก็ไม่อาจจะทําได้เต่าเป็นสัตว์ที่ไม่มีฟัน แต่มีริมฝีปากที่แข็งแรงและคม ใช้กลบกัดอาหารแทนฟัน บรรพบุรุษเต่าที่มีกระดองหน้าท้องในสมัยดึกดําบรรพ์มีชื่อเรียกว่า odontochelys semitestacea ที่แปลว่า เต่าที่มีฟันและกระดองครึ่งเดียว คือสัตว์น้ำที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลกของเราในยุคตอนปลาย รูปร่างหน้าตาของพวกมันไม่แตกต่างจากเต่าในยุคปัจจุบัน

4 สัตว์ที่กลายพันธุ์จากยุคดึกดำบรรพ์

เพียงแต่มีกระดองแค่บริเวณหน้าท้องเท่านั้น ซึ่งคาดว่าเกิดเพื่อป้องกันนักล่าที่มักโจมตีจากด้านล่างเมื่ออยู่ในน้ำ นักบรรพชีวิตจะได้พบปลาซิลจํานวนสามชิ้นที่มีความเก่าแก่ประมาณสองร้อยยี่สิบล้านปีก่อน ในพื้นที่ของเมืองกุ่โจวประเทศจีนจะมีความแตกต่างจากเต่ายุคปัจจุบัน คือที่กรามจะมีฟันฝังอยู่ในขากรรไกรบนและล่าง ขณะที่เต่าไม่มีฟัน และมีเพียงส่วนล่างของกระดองที่เรียกว่า พาสตรอนซึ่งเกิดจากกระดูกซี่โครงที่ขยายกว้างขึ้น เช่นเดียวกับตัวอ่อนเต่าสมัยใหม่ที่ยังไม่ได้เริ่มพัฒนาแผ่นกระดองหลัง

สนับสนุนการจัดทำ sacasino


4 × 4 =