Sunday, 29 January 2023

เปิดเรื่องรักลับๆ ของ Coco Chanel

27 Dec 2022
37

เปิดเรื่องรักลับๆ ของ Coco Chanel

จากตํานานชู้รักสู่ดีไซเนอร์สุภาพสตรีระดับโลก ไม่มีใครไม่รู้จักสุภาพสตรีที่มีชื่อว่าโคโค่ชาแนล นอกจากที่เธอจะได้รับการยกย่องว่าเป็นดีไซเนอร์ในตํานาน ผู้ปลดปล่อยผู้หญิงโลกตะวันตกจากพันธนาการของเครื่องแต่งกายยุคเก่าที่ต้องสวมชุดรัดรูปร่างอย่างคอร์เซ็ตอยู่ตลอดเวลาแล้ว เธอยังได้รับฉายาว่าเป็นผู้ปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลกในยุคแรกแรกๆ เทคนิคการตัดเย็บ และการนําแรงบันดาลใจมาใช้ด้วยการดัดแปลงชุดของผู้ชาย มาให้เหล่าสุภาพสตรีได้สวมใส่ กระทั่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่ส่งเสริมสิทธิสตรี ทําให้สตรีมีความเท่าเทียมกันกับผู้ชายอีกด้วย ทว่าในอีกมุมหนึ่ง ยังมีหลักฐานชัดเจนว่า เธอคือสุภาพสตรีทรงเสน่ห์ที่มีความเกี่ยวข้องกับสุภาพบุรุษแห่งยุคมากหน้าหลายตา ซึ่งเป็นเรื่องราวเบื้องหลังที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนวันนี้ iqnect จะมาทุกคนมาทำความรู้จักกับเธอกันค่ะ

ประวัติของ โคโค่ ชาแนล

เปิดเรื่องรักลับๆ ของ Coco Chanel

โคโค่ ชาแนล คือเด็กกําพร้าที่อาศัยอยู่ในสํานักชีมาตั้งแต่เด็ก เธอเรียนรู้ทักษะหลายอย่างจากสถานที่แห่งนี้ หนึ่งในนั้นก็หนีไม่พ้นทักษะการเย็บปักถักร้อย และเมื่ออายุครบยี่สิบปี โคโค่ก็ได้เริ่มต้นอาชีพเป็นช่างเย็บผ้าตามทักษะที่เธอสั่งสมมาพร้อมกันนั้น เธอยังทําหน้าที่เป็นนักร้องระบําใน ที่มีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นทหารม้า ผู้มาตามหาความสําราญ และที่แห่งนี้เอง ก็ได้ถือกําเนิดชื่อโคโค่ขึ้นบรรดาลูกค้าหนุ่มๆพร้อมใจกันตั้งชื่อให้จากเพลงที่เธอใช้ร้องเป็นประจํา ทว่าก็ยังมีหลักฐานอีกหลายชิ้นที่บอกเอาไว้ว่า ฉายานี้คือคําที่ถูกทอนลงมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Gogotte  ที่มีความหมายว่า แม่ไก่ แต่ยังมีความหมายแฝงอีกทีว่า เมียเก็บ ที่ใช้เรียกกันทั่วไปอีกด้วย

เรื่องราวความรักของชาแนล

เปิดเรื่องรักลับๆ ของ Coco Chanel

มีเรื่องเล่าว่าโคโค่เข้าไปพัวพันกับเหล่าผู้ชายที่เป็นลูกค้าในนั้นหลายคน หนึ่งในนั้นคือ เอเตียน บาซ็อง อดีตทหารม้าผู้มั่งคั่ง ทายาทกลุ่มธุรกิจสินทอที่น้อมรับเธอมาเป็นภรรยาลับลับอย่างเต็มใจ พร้อมเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี สอนให้โคโค่ได้เรียนรู้ธรรมเนียมและการใช้ชีวิตของกลุ่มคนชนชั้นสูงเป็นครั้งแรกๆ แต่ในระหว่างนั้นเอง ก็มีโอกาสได้รู้จักกับ Arthur Edword Boy Capel สุภาพบุรุษชนชั้นสูงชาวอังกฤษที่เขาได้พาเธอไปอยู่ในอพาร์ตเมนต์หรูในกรุงปารีส ก่อนที่จะกลายเป็นโต้โผคนสําคัญในการช่วยโคโค่ชาแนล ก่อตั้งธุรกิจแฟชั่น

เปิดเรื่องรักลับๆ ของ Coco Chanel

โดยเริ่มจากการทําหมวกจนกลายเป็นที่เลื่องลือและขยับขยายไปสู่การขายเสื้อผ้าอย่างจริงจังในเวลาต่อมา แม้ว่านิยายรักระหว่างโคโค่และ Arthur จะดําเนินไปได้กว่าสิบปี แต่ด้วยภูมิหลังในเรื่องของฐานะและชนชั้นที่แตกต่างกันเกินกว่าที่จะทาบทัพเป็นเส้นชีวิตเดียวกันได้ทําให้ Arthur ต้องจําใจทิ้งเธอไปแต่งงานกับหญิงชนชั้นสูงในปีหนึ่งพันเก้าร้อยสิบแปด แต่กว่านั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไม่ได้จบลงเท่านั้น เพราะ Arthur และ Coco ก็ยังคงแอบคบหากันเรื่อยมา จนกระทั่งอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้มาพลาด Arthur ไปจากชีวิตของโคโค่อย่างกะทันหัน ซึ่งนับเป็นความรักครั้งหนึ่งที่ทําให้โคโค่ต้องใจสลายอย่างถึงที่สุด แต่หลังจากนั้นประมาณสองถึงสามปี Coco ก็ได้เดินหน้าสร้างสัมพันธ์ครั้งใหม่กับนักประพันธ์ชื่อดังอย่าง pierre reverdy ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีความรักให้แก่กันอย่างสุดซึ้ง แต่เมื่อ pierre reverdy เลือกที่จะหลีกหนีสังคมไปแสวงหาแรงบันดาลใจใหม่จากพระผู้เป็นเจ้า การตัดสินใจครั้งนั้นก็ทําให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องจบลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ grand duke dmitri pavlovich ก็นับเป็นบุรุษอีกหนึ่งคนที่อยู่ในลิสรายชื่อชายคนรักของโคโค่ชาแนลซึ่งมีชื่อเสียงอย่างมากบนหน้าประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน เขาคือเจ้านายชั้นสูงชาวรัสเซียที่หลี้ภัยมาพํานักอยู่ที่กรุงปารีสหลังจากมีส่วนในการลอบสังหารรัสบูติน ทว่าเจ้านายจากรัสเซียคนนี้ ยังได้ขนเอาทั้งทรัพย์สมบัติ ทั้งงานศิลปะล้ําค่า รวมไปถึงงานหัตถกรรมจํานวนมากจากรัสเซียติดตัวมาด้วย ซึ่งงานเหล่านี้ก็มีส่วนอย่างยิ่งต่อการสร้างสรรค์ผลงานของโคโค่อยู่ในระยะหนึ่ง โดยเฉพาะกับคอลเล็กชั่นจิวเวลรี่ในช่วงนั้น ซึ่งกลายเป็นตํานานไปแล้วในเวลานี้ และที่สําคัญในยุคคนนี้เอง คือผู้ที่ช่วยให้โคโค่สามารถรังสรรค์น้ำหอมระดับตํานานอย่าง Chanel Number five ขึ้นมาได้สําเร็จ จากการแนะนําให้ได้รู้จักกับ ernest beaux สุคนธกรชื่อดังจากประเทศรัสเซียในปีหนึ่งพันเก้าร้อยยี่สิบเอ็ด กระนั้น ดมิทรี ก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษชนชั้นสูงเพียงคนเดียวที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับมาดามโคโค่ แต่ยังรวมไปถึง hugh richard arthur grosvenor ดยุคแห่งเวสต์มินสเตอร์ มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งของโลก Coco ได้กลายเป็นภรรยาอย่างลับๆอีกคนหนึ่งของเขา ซึ่งมีภรรยาตามกฎหมายอยู่ก่อนแล้วและแม้เขาจะหย่าร้างกับภรรยาคนนั้นในเวลาต่อมา

เปิดเรื่องรักลับๆ ของ Coco Chanel

แต่เขาและโคโค่ก็ไม่ได้ตกลงปลงใจที่จะแต่งงานกันอย่างเป็นทางการ จนทั้งคู่ห่างหายจากกันไปในที่สุดชีวิตรักของโคโค่ยังคงดําเนินต่อไป โดยในต้นทศวรรษที่หนึ่งพันเก้าร้อยสามสิบ เธอยังได้คบหากับ paul lribe จิตรกรที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งเป็นคนขุดความสนใจในเรื่องการเมืองของ Coco ให้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าเหมือนโชคชะตาความรักก็ยังคงเล่นตลกกับเธอเสมอ เมื่ออีลีฟต้องมาด่วนจากไปต่อหน้าต่อตา ขณะที่เขากําลังลงสนามในกีฬาเทนนิสปีหนึ่งพันเก้าร้อยสามสิบห้า และหลังจากความผิดหวังซ้ำซากในช่วงปลายปีหนึ่งพันเก้าร้อยสี่สิบสี่ โคโค่ ชาแนลก็ได้ลี้ภัยเพื่อหนีความโกรธแค้นของชาวฝรั่งเศส ย้ายถิ่นฐานไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองโลซานโดยเต็มใจ กระนั้นก็ยังมีข่าวว่าเธอได้ไปพัวพันกับ hans günther von dincklage สายลับชาวนาซีที่แฝงตัวอยู่ในประเทศฝรั่งเศสมานานอย่างลับๆด้วยเช่นกัน ก่อนที่เธอจะหวนคืนสู่วงการแฟชั่นอีกครั้ง

เปิดเรื่องรักลับๆ ของ Coco Chanel

ในทศวรรษหนึ่งพันเก้าร้อยห้าสิบ และไม่ได้ติดต่อกับชายคนนี้อีกเลย การหวนคืนสู่วงการแฟชั่นในวัยเจ็ดสิบปีของ COCO นั้น แม้ว่าผลงานของเธอจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น แต่ว่าธุรกิจแฟชั่นกลับยังประสบกับความฝืดเคืองทางการเงิน ปีแยร์ แวร์ตีแมร์ เศรษฐีเจ้าของโรงงานน้ำหอมขนาดใหญ่ที่เคยรับหน้าที่เป็นผู้ผลิตและจัดจําหน่ายน้ำหอม Chanel Number five ให้กับ Chanel มาก่อนหน้านี้จึงเสนอความช่วยเหลือให้เธออีกครั้ง โดยเข้าซื้อกิจการทั้งหมดที่ใช้ชื่อ Chanel พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเธอ รวมไปถึงค่าเช่าที่โรงแรมริตซ์ สถานที่สําคัญในห้วงชีวิตสุดท้ายของในตํานานคนนี้อีกด้วย แม้ว่าเธอจะประสบความสําเร็จอย่างยิ่งยวดในโลกอุตสาหกรรมแฟชั่น ได้รับการจดจารึกว่าเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่คนรุ่นหลังต้องรู้จัก แต่ในด้านความรักเธอก็ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ทั่วไปที่ยังต้องพบเจอกับความผิดหวังและไม่ประสบความสําเร็จดังที่ใครสักคนบอกเอาไว้ว่า ไม่มีใครบนโลกใบนี้สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง

สนับสนุนการจัดทำโดย swaphole


12 − 8 =